Home > ฤาเธอเกิดมาเพื่อเป็นดาวค้างฟ้า… “นันทิดา แก้วบัวสาย”

ฤาเธอเกิดมาเพื่อเป็นดาวค้างฟ้า… “นันทิดา แก้วบัวสาย”

February 15, 2010 | View Comments

ฤาเธอเกิดมาเพื่อเป็นดาวค้างฟ้า… “นันทิดา แก้วบัวสาย”
โดย  ชวลิต อรุณทัต
ฉบับที่ 2528 ปีที่  49 ประจำวัน  อังคาร ที่  1 เมษายน  2546
“นันทิดา แก้วบัวสาย” นักร้องสาวผู้ยืนหยัดอยู่บนเส้นทางสายบันเทิงมายาวนานกว่า ๒๕ ปีเต็มคนนี้ เชื่อว่าทุกคนคงประจักษ์ในความสามารถของเธอเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผมก็คือ คำจำกัดความคำไหนที่เหมาะสมกับความเป็นเธอระหว่าง “ดาวค้างฟ้า” หรือ “ซูเปอร์สตาร์” นี่ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงหรอกนะครับ…เพราะหากวัดกันที่ผลงานที่ได้รับการยอมรับมาโดยตลอดทุกอัลบั้ม และบวกกับอุปนิสัยที่น่ารัก เป็นกันเองของเธอแล้ว คุณสามารถเรียกเธอได้ทั้งสองคำนั่นล่ะครับ…เชื่อผมเถอะ!

ชีวิตบนเส้นทางสายบันเทิงของผู้หญิงคนนี้เริ่มต้นจากการที่คุณแม่ของเธอ แอบพาไปเข้าสมัครการประกวดร้องเพลงของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓…ซึ่ง นันทิดาได้รับรางวัลนักร้องสมัครเล่นยอดเยี่ยม ประจำปี ๒๕๒๑ และรางวัลนักร้องสมัครเล่นยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ที่ประเทศฮ่องกงในปีต่อมา พร้อมออกอัลบั้ม I Who have Nothing กับทางช่อง ๓ หลังจากนั้นชื่อเสียงของเธอก็อยู่ในความสนใจของผู้คนมาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้

ความสำเร็จของหนังเรื่องแรกในชีวิต “เพลงรักดอกไม้บาน” ทำให้นันทิดามีอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ชุด “จำกันบ่ได้กา” ซึ่งเป็นแนวเพลงกึ่งลูกทุ่งตามออกมาติดๆ และ อีกมากมายหลายอัลบั้ม เช่น แฟนใครไม่มีป้ายแขวนคอ เย็นไว้โยม สาวมือปืน พ่อจ๋า ฯลฯ จนมาถึงชุด ข้อยเว้าแม่นบ่ ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลนักร้องลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม และนักร้องรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ในปี ๒๕๒๖ และสำหรับงานภาพยนตร์ นันทิดาคว้ารางวัลสุพรรณหงส์ทองคำในฐานะผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมมาแล้ว จากภาพยนตร์เรื่อง “สายใจ” ที่เธอแสดงร่วมกับ เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์

“…แปลกมากค่ะ ที่ตัวเองได้รางวัลนักร้องลูกทุ่งหญิงยอดเยี่ยม ตอนรับรางวัลก็ยังงงๆ นะคะ คือเราไม่ได้ร้องลูกทุ่งแบบเก่งกาจเลยนะ แค่เป็นภาพใหม่สำหรับนันทิดา และสำหรับคนที่ฟังเพลงลูกทุ่ง เราร้องแบบกลางๆ ไม่ได้เป็นลูกทุ่งแท้ๆ …สมัยก่อนเราไม่มีโปรดิวเซอร์ที่เหมือนปัจจุบันนี้ บางทีเลือกเพลงมาร้องก็ไม่ใช่เพลงของตัวเองด้วยซ้ำ ทั้งชุดมีแค่เพลงสองเพลงเท่านั้นที่แต่งขึ้นมาใหม่ คือเพลงที่ร้องจะเลือกตรงเมโลดี้สวยมากกว่า แต่ตัวตู่เองเป็นคนที่ชอบเพลงแนวละติน ซึ่งเคยทำชุดปลายฟ้าออกมาครั้งหนึ่ง นำเพลงเก่ามาร้องใหม่ อัลบั้มนี้เรามีความสุขมากเลย เพราะเครื่องดนตรีทุกชิ้นเล่นสด เสียงกลอง เสียงไวโอลีน คือนักดนตรีมาเล่นจริง ไม่มีเสียงสังเคราะห์ อยากมีอัลบั้มที่กลองมาเล่นสดๆ มันได้ฟิลด์นะคะ…” คงไม่นานนักที่ผมและคุณจะได้ฟังอัลบั้มเพลงละตินล้วนๆ ที่มาจากความชอบส่วนตัวของเธอ

ในจำนวนผลงานเพลงที่ออกมาไม่น้อยกว่า ๒๕ ชุด นันทิดากล่าวว่าเธอพอใจกับงานเพลงชุด เดอะเธียร์เตอร์ มากที่สุด “…ชอบมากที่สุด ในยุคนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ หยิบมาฟังตอนนี้ก็ยังไม้รู้สึกว่ามันเก่า และถ้าย้อนกลับไปอีกก็ชอบชุดนันทิดา’๒๗ อย่างเพลง ความรักสีดำ นี่ฟังแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามันนานถึง ๒๐ มาแล้ว ความชอบของตู่มันแบ่งออกเป็นช่วงๆ ยุคนั้นเรายังไม่เป็นสาว ยังไม่โต อายุไม่มากเท่าตอนนี้ คำว่าอายุมากของตู่ไม่ได้หมายความว่าแก่นะคะ คอนเฟิร์มค่ะว่ายังไม่แก่ (หัวเราะ) เรื่องราวที่พูดก็โตไปตามกาลเวลาและอายุ อย่างตอนนี้ถ้าให้ร้องเพลง…บอกหน่อยได้ไหม (ร้องเป็นทำนอง) คงรู้สึกว่ามันไม่พอ ในแง่ของชีวิตคงต้องมีเนื้อหามากกว่านี้ รู้สึกเองนะคะ…”

หลังจากที่นันทิดาโลดแล่นอยู่บนจอภาพยนตร์มาพอสมควรเธอตัดสินใจหยุดตัวเองไว้ที่ผลงานเรื่องที่ ๓๖ ซึ่งผลงานชิ้นนั้นเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับเธอ

“ …เรื่องตำรวจเหล็กเป็นเรื่องสุดท้ายค่ะ เล่นไปครึ่งเรื่องตายเลย โดนยิงพรุนตายในตู้โทรศัพท์ (หัวเราะ) ใจร้ายมาก ตรงนั้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่มาทำงานภาพยนตร์ แต่ถ้าถามใจตัวเองการร้องเพลงเป็นตัวของเราเองมากกว่า ถามว่าถ้ามีหนังติดต่อมาอีกคงต้องดูน่ะจ๊ะว่าช่วงนั้นมีเวลาไหม บทเหมาะสมไหม ไม่ว่างานหนังหรือละคร…”

ครั้งหนึ่งผมเคยได้ข่าวว่าเธอจะเป็นผู้จัดละครพร้อมกับทีมงานที่เป็นผองเพื่อนกัน แต่จนถึงบัดนี้ นันทิดาบอกกับผมว่าคงไม่มีความคิดเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะองค์ประกอบหลายอย่างที่ไม่ลงตัว ทั้งเรื่องของเวลาและทีมงาน ส่วนงานทางการเมืองนันทิดาแอบเปรยให้ผมฟังว่า…

“…ที่ผ่านมาในการลงสมัคร ส.ส. ไม่ได้ทำให้เราเสียใจหรือผิดหวัง เราไม่เคยตั้งความหวังไว้สูง แต่ตรงนั้นเป็นเส้นทางใหม่ที่เราได้ช่วยเหลือแล้วมีความสุข สนุกด้วย ถือว่าเป็นกำไรชีวิตของเราอีกอย่างหนึ่ง อาจจะไม่ได้ทำอย่างนั้นอีกแต่ก็มีความสุขที่เราได้พบเจอกับพี่น้องชาวสมุทรปราการ…ยังไม่ได้คิดนะคะว่าจะลงสมัครอีกไหม ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ค่ะ…” ผมแอบโล่งใจที่อย่างน้อยในโลกแห่งเสียงเพลงทุกวันนี้ยังมีชื่อของ นันทิดา แก้วบัวสาย อยู่บนเวทีเพลงแทนเวทีการเมือง ไม่เช่นนั้นผมคงเสียดายความสามารถและพรสวรรค์ที่เธอมีเป็นอย่างมาก

จากประสบการณ์ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นันทิดา กลัวความผิดพลาด และการทำให้แฟนๆ ผิดหวังมากที่สุด          “…เพราะสำหรับเราแล้วความรู้สึกของผู้ฟังเป็นเรื่องใหญ่มาก เราอยู่ตรงนี้มานาน จนรู้ว่าการที่คนมาให้ความรักยาวนานแบบนี้มันมีค่ามากๆ แม้ว่าคนที่ฟังเพลงเราอาจจะไม่ใช่กลุ่มใหญ่มากๆ แต่คนจำนวนน้อยๆ เท่านี้ มันหล่อเลี้ยงหัวใจตู่มาตลอดนึกออกไหมค่ะ…จริงๆ คนพวกนี้เขารักแล้วรักเลยนะคะ ขอใช้คำนี้ได้เลย เราเป็นกลุ่มเล็กๆ ตรงนี้แต่เธอรักฉันนานจังเลย เป็นคนที่แสนดีของฉันมาตลอด แล้วตู่เชื่อว่าแฟนเพลงรุ่นอายุ ๕๐ ขึ้นไปนี่ก็มีนะ น้องบางคนเห็นกันตั้งแต่ ๑๐ ขวบ จนเดี๋ยวนี้เธออายุ ๓๐ แล้วก็ยังอยู่กับฉันตรงนี้ เธอยังมามีรอยยิ้มให้พี่แบบนี้ เป็นความทรงจำที่ดีนะ ทุกจังหวัดที่ไปน่ารักทุกที่ คือถ้าลองเขารักเราแล้วนี่อะไรก็ดีไปหมดนะคะ ฉันทำไม่ดีเธอก็ว่าดี อย่างที่เชียงใหม่นี่ความที่เขารักเรามาก มานอนห้องเดียวกับเรามานอนข้างๆ พี่ตู่ก็ยังดี แล้วเขาไม่กวนเลยนะ ไม่ดื้อ บอกให้กลับก็กลับ แล้วเราก็ไม่รู้สึกว่าเขามาทำความรำคาญให้เราเลยนะ เขารู้จักกาลเทศะ เขารู้ว่าต้องไม่ทำให้พี่ตู่อึดอัด ตู่ต้องขอบคุณไว้ตรงนี้ ทุกวันนี้ก็ยังห่วงใยเขียนจดหมายมาหา ไม่ได้เจอกัน ๒ ปีอยู่ๆ เธอคนนั้น เขาคนนั้นก็เขียนมาคุยด้วยบอกพี่คงลืมไปแล้วมั้ง ส่งอาหารมาให้ทางพัสดุ บางทีถ้าเห็นเป็นชมพู่นี่รู้เลยว่าเป็นเธอ บางคนไปได้ดีเป็นนักเขียนเรื่องสั้น เข้ามาบอกจำได้ไหมพี่ ผมเด็กกะโปโลคนนั้นที่เคยเจอพี่ตอน ๘ ขวบ หรือบางคนอยากเป็นอย่างพี่ตู่แล้วเขาก็ได้เป็น ว้าว!…ยอดจริงๆ อันนี้เป็นความประทับใจมากกว่าที่จะมีคนมาซื้อของให้เราเสียอีก วันนั้นเขาชื่นชมเราแล้ววันนี้เราก็กลับมาได้ชื่นชมเขาน่ะ…” เธอยิ้มชื่นหลังจบประโยค

ถึงแม้ว่าระยะเวลาการทำงานในวงการของเธอจะยาวนานถึง ๒๕ ปีแล้วก็ตาม นันทิดายังจดจำความรักและความรู้สึกที่แสนดีของแฟนๆ ได้เสมอ…หลายครั้งที่มีเรื่องราวเข้ามาในชีวิต แต่กำลังใจจากคนรอบข้างที่มีให้เธอ เปรียบเสมือนยาชูกำลังที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้เธอลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งไป…

“…๒๕ ปี ที่ผ่านมานี่ ตู่ไม่ได้ดังแบบเปรี้ยงปร้าง ในแง่ของงานมันเป็นอะไรที่เรื่อยๆ แต่ความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับไม่เคยลดน้อยลงไปเลย ถือว่าโชคดีนะคะที่พระให้ครอบครัว ให้เพื่อน ให้คนรอบข้างที่ดีกับเรา ชีวิตที่ผ่านมาเจอแต่คนดีจริงๆ บางครั้งมีลมแรงพัดเข้ามาหาเราจนเซแทบล้มแต่ตู่ก็ลุกขึ้นมายืนได้เพราะคน เหล่านี้ เขาให้คำแนะนำที่ดี ให้เราเดินไปในทางที่ถูกต้องเสมอ…คุณพ่อเคยบอกว่าไม่ว่าเราจะอยู่กับใครก็ ตาม ชีวิตมันมีขึ้นมีลง และชีวิตต้องมีอิสระค่ะ นอกเหนือจากนั้นต้องอยู่กันด้วยธรรม บ้างครั้งที่มีอะไรเข้ามาแน่นอนเราอาจจะหวั่นไหวไปบ้าง แต่ข้อคิดและกำลังใจเหล่านี้ช่วยให้เราไม่สูญเสียความมั่นใจของเราไป…”

และกับลูกสาวตัวน้อย น้องเพลง ด.ญ.ชนม์ทิดา อัศวเหม ที่เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตอย่างใกล้ชิด นันทิดามีความรู้สึกว่าการเลี้ยงดูเช่นเดียวกับที่เธอเคยได้รับการปฏิบัติมาจากคุณแม่ จะทำปัญหาให้ช่องว่างระหว่างวัยหมดไป…

“…พูดคุยกันได้ทุกเรื่องคือคุณแม่ตู่ค่ะ และเราก็พยายามปฏิบัติสิ่งนั้นกับลูก ถามว่าให้คะแนนตัวเองเท่าไร?…ถามน้องเพลงดีกว่ามั้งค่ะ เขาจะให้คำตอบได้ดีกว่า แต่บางครั้งเราทำอะไรไม่ถูกใจเขาก็มี รู้สึกสับสนเหมือนกันว่า ฉันควรทำยังไงดี เรารู้ว่าการเลี้ยงให้คนๆ หนึ่งเป็นคนดีนี่เป็นเรื่องยากจริงๆ แต่ไม่ใช่เราทำไม่ได้นะเพียงแต่เราต้องให้เวลา หนึ่งทุ่มนี่เขาจะต้องอยู่ในห้องนอนแล้วนะ ดับไฟมืดแล้วเราจะคุยอะไรกันก็แล้วแต่ คือถ้าไม่ติดงานเราจะกล่อมลูกเอง น้องเพลงมักจะถามเรื่องตอนคุณแม่เด็กๆ ตอนเราท้องเขาเรารู้สึกยังไง เห็นหน้าเขาแล้วเป็นยังไง นอกนั้นตู่ก็จะเล่าเรื่องเราถูกเลี้ยงมายังไง เพื่อให้เขารู้ว่านอกจากที่ลูกรักแม่แล้วลูกต้องรักยายทวดด้วย ตอนนี้เขาอายุ ๘ ขวบแล้ว บางครั้งเราตามลูกไม่ทัน ก็ต้องใจเย็นและมองเขาด้วยความเข้าใจ…”

ถามว่าน้องเพลงภาคภูมิใจในความเป็นดาวค้างฟ้าของเธอบ้างไหม? นันทิดาส่งยิ้มแล้วตอบผมว่า…

“…มีบ้างที่เขาแอบไปบอกเพื่อนว่าม่ามี้ไอจะมีคอนเสิร์ต แล้ววันก่อนม่ามี้ไอออกทีวีด้วยนะ หรือบางครั้งเขาก็จะถามว่าทำไมต้องทำมืออย่างนั้น เราก็ถามเพลงว่าไม่ดีเหรอลูก เขาบอกไม่รู้สิไอว่านะ.แล้วยักไหล่…” เธอทำท่าทางประกอบคำพูดอย่างสนุกสนาน เมื่อกล่าวถึงลูกสาวคนโปรด

งานเพลงชุดใหม่ที่แฟนเพลงทุกคนต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาเป็นระยะเวลานานนับปีนั้น ถึงเวลาแล้วที่การรอคอยของคุณกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะอัลบั้มล่าสุด “คนที่แสนดี” ของเธอกำลังวางอยู่บนแผงเทป-ซีดี แล้ววันนี้

“…ไม่ว่าเพลงอะไรจะผ่านเข้ามาในแต่ละยุค นันทิดาก็ยังคงร้องเพลงในแบบ Easy Listening ความหมายของเนื้อหา สาระก็ยังเป็นเรื่องของความรักและแง่มุมดีๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่โตขึ้นมา สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความเป็นโอเรียนเทล เป็นเอเชี่ยนมาขึ้น คอร์ดแบบไทยๆ แบบฮ่องกง สิงคโปร์ เพลงชุดนี้เราใช้ ๕ ตัวโน้ต อารมณ์สบายๆ ค่ะ…” ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ สำหรับแฟนๆ ของนันทิดา เพราะคุณภาพเสียงและมาตราฐานการทำงานของเธอยังคับแก้วอยู่เหมือนเดิม

“…อาจจะเป็นคำพูดที่ดูธรรมดานะคะ ถ้าจะบอกว่าขอบคุณทุกคนที่มีนันทิดาอยู่ในหัวใจตลอดมา นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นความพิเศษที่เขารักเราและรักแบบจริงใจ ให้สิ่งดีๆ ตลอดมาไม่ทราบว่าจะขอบคุณและทดแทนความรู้สึกเหล่านั้นยังไง ฝากบอกไปทางสกุลไทยและผู้เขียนนี่เลยนะคะว่าห่วงใยทุกคน เพลงทุกเพลงที่ตู่ร้องทุกครั้งตู่จะนึกถึงใจผู้ฟังเสมอว่าเขาต้องได้รับสิ่ง ดีๆ จากเพลงที่เราร้องออกไป เขาต้องได้ข้อคิดในเพลงนั้นไปใช้ในชีวิตของตัวเอง นี่คือสิ่งที่เราจะตอบแทนตรงนั้นได้…ขอบคุณความรักที่มีมาให้ตลอด และตู่เองก็จะรักทุกคนตลอดไปเช่นกัน ขอให้พระและสิ่งดีๆ คุ้มครองทุกคนค่ะ…” แววตาและรอยยิ้มของเธอบ่งบอกถึงความรู้สึกในส่วนลึกที่นันทิดามีต่อแฟนเพลง ของเธอได้ชัดเจน

…ความสามารถ พรสวรรค์ และการฝึกฝน เหล่านี้คือส่วนสำคัญที่สร้างให้ผู้หญิงคนนี้ดำรงสถานะของคำว่า “ดาวค้างฟ้า” ได้ยาวนานจวบจนวินาทีนี้… “นันทิดา แก้วบัวสาย” ผู้หญิงคุณภาพตัวจริงของวงการ…

blog comments powered by Disqus
Viagra Cialis Levitra Kamagra tretinoin cream accutane buy viagra